จิรวีร์ จันทรานุกูล (นัท)     
หนุ่มน้อยผู้สร้างความมหัศจรรย์
นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าที่คุณหมอ ในในอนาคตที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
เพราะอะไรเด็กหนุ่มคนนี้ ถึงได้ทำให้ใครๆ เซอร์ไพรส์เขานักหนา
อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้ว ทุกท่านจะได้คำตอบค่ะ

คอลัมน์เด็กเด็ดเด็ด ที่อยากแนะนำให้รู้จักในวันนี้  ต้องเรียกว่า เป็นบุคคลที่สร้างความมหัศจรรย์ให้กับทุกคนที่รู้จักเขา  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆที่โรงเรียน คุณครู  ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อแม่ ที่ต่างก็คาดไม่ถึงว่า เขาคนนี้ นี่หรือ ที่สามารถแอดมิชชั่นติดคณะแพทยศาสตร์
นัทเรียนชั้นม.ปลาย ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ  แต่อยู่ห้องบ๊วยสุด เพราะห้องนี้ เป็นห้องเดียวที่นักเรียนส่วนใหญ่จะมาเล่นมากกว่ามาเรียน ครูมาสอนก็เรื่องของครู แต่เด็กไม่ฟัง วันไหนโดนครูว่า ก็จะโห่ไล่จนครูทนไม่ไหวต้องเดินออกไปเอง นักเรียนก็ฮาเฮดีใจ ที่ไม่ต้องเรียนอีกต่อไป

 
 

      ชีวิตการเรียนม.ปลาย ที่เริ่มต้นจากชั้น ม.4 ของนัท จึงเว้าๆแหว่งๆมาโดยตลอด เนื่องจากใช้ชีวิตในห้องเรียนน้อยมาก เพราะโดดเรียนจนเป็นนิสัย ชนิดที่เรียกได้ว่า วันไหนไปโรงเรียนนับว่าเป็นเรื่องแปลก ชื่อของนัทจึงอยู่ในลีสต์ของคุณครูฝ่ายปกครอง และถูกเรียกตักเตือนอยู่เสมอๆ
      “ตอนนั้น ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ไม่ได้เข้าเรียน  คงเป็นเพราะผมติดเพื่อนด้วยน่ะครับ เพื่อนว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน ไม่ได้คิดว่าการไม่เข้าเรียนจะเป็นอย่างไร เพราะมั่นใจว่า จะสามารถเรียนจนจบม.ปลายแน่นอน คือ ค่อให้เรียนๆโดดๆ แต่ก็จบอ่ะครับ”
      นัทบอกว่า  เขาและเพื่อนๆ ไม่เคยคาดหวังว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเด็กอัสสัมชัญส่วนใหญ่ มีเป้าหมายที่จะเรียนต่อ ABAC ทั้งนั้น ซึ่งนัทก็คิดเช่นนั้น โดยตั้งเป้าว่าจบม.ปลายแล้ว จะเรียนต่อคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ ABAC
      “ที่ผมเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ ก็แค่เหตุผลเดียวครับ คิอว่า ผมชอบเรียนวิชาเลขมากที่สุด เนื่องจากว่าเรียนง่ายกว่าวิชาอื่นๆ ไม่ต้องท่อง”
      นัทยังคงใช้ชีวิตแบบเรียนๆโดดๆ  มาตลอด โดยคิดแค่ว่า เรียนเพื่อให้จบเท่านั้น  จนกระทั่งจะขื้นม.6 นัทก็ได้รับการแนะนำให้มาเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาคุณครูภูมิเทพ ที่นัทหวังเพียงแค่มาเรียนเพื่อทำให้การสอบที่โรงเรียนผ่านได้สบายๆ ไม่ติดรอเท่านั้น
     “มาเรียนที่นี่แล้วสนุกกว่าเรียนที่โรงเรียนมากเลยครับ เพราะครูที่นี่สอนดีมาก ทำให้ความรู้ที่ก่อนเข้ามาเรียนของผมเป็นศูนย์นั้น  ผมเริ่มมั่นใจว่า ตัวเองมีความรู้เพิ่มขึ้นเยอะมาก  ไม่ว่าจะเป็นวิชาเคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เพราะผมลงเรียนทุกวิชา โดยเฉพาะวิชาคณิตที่ผมชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”
      นัทบอกว่า นัทเรียนเลขได้สนุกที่สุด เพราะว่ามีเนื้อหาใหม่ๆ ที่ท้าทายให้ตัวเองได้คิดทุกครั้งที่เรียน  ความขี้เกียจเรียนแทบจะหายไปจากความรู้สึก มีความตั้งใจเข้ามาแทน
      “ที่โรงเรียนผมยังคงเรียนๆโดดๆเหมือนเดิม แต่ที่พระตะบอง ผมลงเรียนเต็มทุกวิชา และเรียนเต็มวันทุกเสาร์-อาทิตย์”
      เมื่อความตั้งใจเข้ามา ทำให้ความมุ่งหวังของนัทเพิ่มขึ้น  จากเดิมที่ตั้งเป้าว่า จะเรียนเศรษฐศาสตร์ ที่ ABAC นัทก็เบนเข็มชีวิตใหม่ อยากเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์แทน
       “ผมเริ่มมองวิศวะอินเตอร์ ของจุฬาฯ เพราะว่าสอบเลข ฟิสิกส์ ซึ่งผมชอบทั้งสองวิชา และที่สำคัญไม่นำเกรดมาใช้”
       แล้วนัทก็ไปตระเวณสอบ CU-TEP  (วัดความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการศึกษาทางทักษะการอ่าน การเขียนการฟังและการพูด เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษทั่วไป และภาษาอังกฤษกึ่งวิชาการ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ)  และ  CU-ATS ( Aptitude Test for Science of Chulalongkorn University )  ใช้วัดความถนัดทางวิทยาศาสตร์ สำหรับบุคคลที่ต้องการสมัครเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ  ซึ่งเกณฑ์ผ่านที่ 800 คะแนน แต่นัทสามารถทำได้ถึง 1180 คะแนน
นั่นหมายถึงว่า นัทสามารถสอบตรงเข้าเรียนคณะวิษวกรรมศาสตร์อินเตอร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้แล้ว !!
“ทีนี้ก็ฮึกเหิมเลยครับ มีอะไรที่สอบได้ ผมก็อยากไปลองสอบหมด”
 ซึ่งนั่นรวมไปถึงการทดลองสอบตรงความถนัดแพทย์ เพื่อสมัครสอบเข้าคณะแพทย์ ของกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (กสพท.)  ซึ่งผลสอบออกมานั้น ปรากฏว่า นัททำได้ 198 คะแนน จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน
“ความรู้สึกบอกไม่ถูกเลยครับ มันลิงโลดมาก กับคะแนนที่ทำให้ ทำให้ผมมีความหวังใหม่ว่า  อยากสอบเข้าคณะแพทย์  ก็เลยคิดว่า ถ้าผมทำคะแนนโอเน็ต และเอเน็ตให้ดี ผมอาจมีโอกาสติดแพทย์ได้เหมือนกัน”
เพราะความคิดเปลี่ยน ทำให้วิถีชีวิตของนัทเปลี่ยนไปด้วย นันเพราะหลังจากนั้น นัทก็มุ่งมั่นเรียนหนังสืออย่างหนัก และหนักกว่าคนอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียนมากนัก  โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำคะแนน ONET-ANET ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

แล้วคะแนนสอบของนัทก็ออกมาดังนี้ :-

วิชา

ONET

ANET

ภาษาไทย

75

52

สังคมศึกษา

48

64

ภาษาอังกฤษ

73

63

คณิตศาสตร์

95

58

วิทยาศาสตร์

60

62

ซึ่งแน่นอนว่า คะแนนเท่านี้ นัทมีสิทธิ์ลุ้นที่จะติดคณะแพทยศาสตร์สักที่อย่างแน่นอน และนัทก็ไม่ต้องคอยนาน เพราะในที่สุดประกาศผลสอบของ กสพท. นัท มีชื่อ เป็นผู้สอบได้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งนัทเลือกไว้เป็นอันดับสอง !!
“ภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยครับ  ไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ถึงขนาดนี้ ผมสอบได้คณะแพทย์ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต แต่ที่ภูมิใจมากกว่านั้น ก็คือ ผมทำให้พ่อแม่มีความสุขมาก เพราะท่านก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าผมจะสอบได้คณะแพทย์”
นัทบอกว่า  ชีวิตของเขาเจอความมหัศจรรย์ไปแล้ว เพราะฉะนั้น ต่อจากนี้ เขาจะทำชีวิตที่ช่างมหัศจรรย์ของเขาให้ดีที่สุด เบื้องต้น คือ เขาต้องเรียนแพทย์ให้สำเร็จ และต่อจากนั้น เขาจะต้องเป็นหมอศัลยกรรมที่ดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
คุณคิดว่าชีวิตเขาช่างมหัศจรรย์จริงมั้ย?

 

 
     
 

 
 
 
 
© Copyright 2009 www.pratabong.com All right reserved